สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนซื้อ? กระเป๋าเดินทาง

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนซื้อ? กระเป๋าเดินทาง
กระเป๋าเดินทางเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับนักเดินทาง การเลือกกระเป๋าที่ดีก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการเสียหาย ของทรัพย์สินของเราได้ การเดินทางไปต่างประเทศนั้นต้องใช้กระเป๋าที่แข็งแรงสมบุกสมบัน วันนี้เรามี สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนซื้อ? กระเป๋าเดินทาง เอามาเพื่อเป็นความรู้ให้ได้อ่านกันดูจ้า
สำหรับปัจจัยหลักๆ ของเราในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางคือ
1.รูปแบบของล้อ
2.วัสดุ
3.ขนาดของกระเป๋า
สำหรับกระเป๋าล้อลาก สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อไม่ใช่วัสดุหรือน้ำหนักแต่อย่างใด แต่มันคือ ”ล้อ” นั่นเองครับ เพราะถ้าล้อเกิดพังขึ้นมาเพราะเลือกไม่ดี จากกระเป๋าล้อลากสบายๆก็จะกลายเป็นกระเป๋าถือแทน เศร้าไหมล่ะครับ สำหรับล้อที่ดี ควรเป็นล้อที่มีตลับลูกปืนหรือล้อยาง ที่สำคัญขนาดของล้อต้องมีความสอดคล้องกับขนาดของกระเป๋าเดินทางด้วย สำหรับกระเป๋าล้อลากมีอยุ่ 2 แบบคือ แบบ 4 ล้อและแบบ 2 ล้อ
ซึ่งแน่นอนว่าแบบ 4 ล้อ ย่อมดีกว่า เพราะเราสามารถลากหรือ ”เลื่อน” ไปพร้อมกับตัวเราได้ แต่กระเป๋าล้อลากแบบ 2 ล้อ สามารถลากได้อย่างเดียว แต่ความสะดวกสบายย่อมต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่า กระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อจึงมีราคาสูงกว่าแบบ 2 ล้อ ถ้าถามถึงข้อดีของกระเป๋าล้อลากแบบ 2 ล้อคืออะไร ก็คงจะเป็นเรื่องของการตั้งกระเป๋าไว้บนพื้น เพราะกระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อ อาจจะขยับได้ถ้าวางอยู่บนพื้นเอียง ซึ่งเราแนะนำแบบ 4 ล้อจะดีกว่าครับ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก ^^
นอกเรื่องของล้อแล้ว เรามาต่อกันด้วยเรื่องของวัสดุกันบ้าง วัสดุที่หลักๆที่นำมาทำกระเป๋า เราขอแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือแบบผ้า และแบบพลาสติก (Hard Case) ซึ่งแบบพลาสติกเราก็จะแบ่งออกเป็น 3 หมวดย่อยลงมาอีก
เรามาเริ่มกันด้วยแบบผ้าก่อนดีกว่า คุณสมบัติของผ้าคือมีความยืดหยุ่นสูง เช่น ผ้า Nylon, Tylon, Teflon ผสม Tylonซึ่งแบบหลังจะมีราคาสูงกว่าเพราะผสมคุณสมบัติของสองแบบแรกเข้ามาให้คุณสมบัติที่ยืดหยุ่นสูง ทนน้ำได้ดี (แบบฝนตกจะช่วยกันได้ แต่ถ้าตกน้ำอันนี้ไม่กันแน่ๆครับถ้าตกไปนานๆ) และไม่ฉีกขาดง่าย และแน่นอนราคากระเป๋าผ้าแบบหลังก็จะสูงที่สุดเช่นกัน
ส่วนวัสดุแบบพลาสติดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
หากเรียงลำดับความแข็งแรงทนทานของกระเป๋าเดินทาง ที่ทำจากวัสดุต่างๆ จะสามารถลำดับได้ดังนี้
อย่างสุดท้ายที่เราควรคำนึงถึงคือเรื่องของขนาดกระเป๋า ขนาดของกระเป๋าจะว่าไปคงขึ้นอยู่แต่ละคนกับความจำเป็นหรือปริมาณจำนวนวันในการเดินทางเป็นหลัก แต่หากให้ว่ากันถึงเกณฑ์การตัดสินใจจริงๆ ขนาดกลางๆที่ 24-26 นิ้วเป็นขนาดที่เหมาะกำลังดี โดยเฉพาะหากไม่อยากปวดหลังปวดแขนที่เราต้องลากไปตลอดการเดินทางกรณีที่เปลี่ยนที่นอนหลายๆที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ส่วน Size ที่เล็กกว่านี้เช่นที่ขนาดซัก 20 นิ้ว กับการเดินทางไม่กี่วัน เช่นไม่เกิน3 วัน แถมยกขึ้นไปไว้บนเครื่องได้อีกด้วย แต่ถ้าชอบใบใหญ่จริงๆ ไม่ควรเลือกเกิน 28 นิ้วเพราะไม่งั้นคุณจะมีปัญหากับรถเช่าหรือรถที่ต้องต่อแน่ๆ เพราะมันจะกินที่หรืออาจจะขนขึ้นรถไม่ได้เลยด้วยซ้ำ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดที่จะมาเล่าสู่กันฟังคือเรื่องของน้ำหนักในการ hand carry ขึ้นเครื่องนั่นเองครับ น้ำหนักที่ทุกสายการบินอนุญาติให้ถือกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องได้ ต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม และขนาดจะต้องไม่ใหญ่เกินที่กำหนดไว้ด้วย เราจึงมีภาพประกอบจากสายการบิน Nokair มาให้ดูเพื่อประกอบการตัดสินใจ
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://shopsmartly.co/headlines/travel-luggage/
กระเป๋าเดินทางเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับนักเดินทาง การเลือกกระเป๋าที่ดีก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการเสียหาย ของทรัพย์สินของเราได้ การเดินทางไปต่างประเทศนั้นต้องใช้กระเป๋าที่แข็งแรงสมบุกสมบัน วันนี้เรามี สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนซื้อ? กระเป๋าเดินทาง เอามาเพื่อเป็นความรู้ให้ได้อ่านกันดูจ้า
สำหรับปัจจัยหลักๆ ของเราในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางคือ
1.รูปแบบของล้อ
2.วัสดุ

3.ขนาดของกระเป๋า

สำหรับกระเป๋าล้อลาก สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อไม่ใช่วัสดุหรือน้ำหนักแต่อย่างใด แต่มันคือ ”ล้อ” นั่นเองครับ เพราะถ้าล้อเกิดพังขึ้นมาเพราะเลือกไม่ดี จากกระเป๋าล้อลากสบายๆก็จะกลายเป็นกระเป๋าถือแทน เศร้าไหมล่ะครับ สำหรับล้อที่ดี ควรเป็นล้อที่มีตลับลูกปืนหรือล้อยาง ที่สำคัญขนาดของล้อต้องมีความสอดคล้องกับขนาดของกระเป๋าเดินทางด้วย สำหรับกระเป๋าล้อลากมีอยุ่ 2 แบบคือ แบบ 4 ล้อและแบบ 2 ล้อ
ซึ่งแน่นอนว่าแบบ 4 ล้อ ย่อมดีกว่า เพราะเราสามารถลากหรือ ”เลื่อน” ไปพร้อมกับตัวเราได้ แต่กระเป๋าล้อลากแบบ 2 ล้อ สามารถลากได้อย่างเดียว แต่ความสะดวกสบายย่อมต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่า กระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อจึงมีราคาสูงกว่าแบบ 2 ล้อ ถ้าถามถึงข้อดีของกระเป๋าล้อลากแบบ 2 ล้อคืออะไร ก็คงจะเป็นเรื่องของการตั้งกระเป๋าไว้บนพื้น เพราะกระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อ อาจจะขยับได้ถ้าวางอยู่บนพื้นเอียง ซึ่งเราแนะนำแบบ 4 ล้อจะดีกว่าครับ เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก ^^
นอกเรื่องของล้อแล้ว เรามาต่อกันด้วยเรื่องของวัสดุกันบ้าง วัสดุที่หลักๆที่นำมาทำกระเป๋า เราขอแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือแบบผ้า และแบบพลาสติก (Hard Case) ซึ่งแบบพลาสติกเราก็จะแบ่งออกเป็น 3 หมวดย่อยลงมาอีก
เรามาเริ่มกันด้วยแบบผ้าก่อนดีกว่า คุณสมบัติของผ้าคือมีความยืดหยุ่นสูง เช่น ผ้า Nylon, Tylon, Teflon ผสม Tylonซึ่งแบบหลังจะมีราคาสูงกว่าเพราะผสมคุณสมบัติของสองแบบแรกเข้ามาให้คุณสมบัติที่ยืดหยุ่นสูง ทนน้ำได้ดี (แบบฝนตกจะช่วยกันได้ แต่ถ้าตกน้ำอันนี้ไม่กันแน่ๆครับถ้าตกไปนานๆ) และไม่ฉีกขาดง่าย และแน่นอนราคากระเป๋าผ้าแบบหลังก็จะสูงที่สุดเช่นกัน
ส่วนวัสดุแบบพลาสติดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
- กระเป๋าเดินทาง ที่ทำจาก PC (Polycarbonate) จะมีความเหนียว มีความยืดหยุ่นได้ดี รองรับแรงกระแทกได้ดีที่สุด ทนความร้อนได้ดี น้ำหนักเบา แต่ผิวกระเป๋าเดินทางมักจะเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย วัสดุประเภทนี้ราคาค่อนข้างสูง
- กระเป๋าเดินทาง ที่ทำจาก PP (Polypropylene) ซึ่งเป็นพลาสติกที่แข็ง ความยืดหยุ่นน้อยกว่า PC ทนต่อแรงกระแทกได้ดี ทนต่อสารเคมี ความร้อน และทนต่อการขูดขีดได้ดีกว่า PC
- FIBER ABS (พลาสติก ABS ย่อมาจาก acrylonitrile butadiene styrene ซึ่งเป็น Thermoplastic หรือ พลาสติกที่หลอมใหม่ได้ สามารถขึ้นรูปได้ง่าย) มีความแข็งแรงทนทาน แต่ความยืดหยุ่นน้อย ทนต่อสภาพอากาศน้อยกว่าวัสดุสองประเภทแรก ทนต่อการขูดขีดได้ดี
หากเรียงลำดับความแข็งแรงทนทานของกระเป๋าเดินทาง ที่ทำจากวัสดุต่างๆ จะสามารถลำดับได้ดังนี้
- PC 100% (แข็งแรงทนทาน และน้ำหนักเบา)
- Super ABS 100% (แข็งแรงทนทาน แต่มักจะหนักมาก)
- PP 100%
- PC ผสม ABS (ยิ่งมีสัดส่วนของ PC มาก จะยิ่งทนทาน)
- FIBER ABS

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://shopsmartly.co/headlines/travel-luggage/
.jpg)