|
วันเดินทาง |
ราคาทัวร์/ท่าน พักห้องละ 2-3 ท่าน |
ราคา ไม่รวมตั๋ว | ราคา พักเดี่ยว |
ที่นั่ง |
| เดือนเมษายน | ||||
| 26 เมษายน – 01 พฤษภาคม 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| เดือนพฤษภาคม | ||||
| 08 - 13 พฤษภาคม 2569 | 36,900 | 29,900 | 6,500 | 20 |
| 15 - 20 พฤษภาคม 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| 22 - 27 พฤษภาคม 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| 31 พฤษภาคม – 05 มิถุนายน 2569 | 29,900 | 22,900 | 6,000 | 20 |
| เดือนมิถุนายน | ||||
| 05 – 10 มิถุนายน 2569 | 29,900 | 22,900 | 6,000 | 20 |
| 14 - 19 มิถุนายน 2569 | 29,900 | 22,900 | 6,000 | 20 |
| 19 - 24 มิถุนายน 2569 | 29,900 | 22,900 | 6,000 | 20 |
| 28 มิถุนายน - 03 กรกฎาคม 2569 | 29,900 | 22,900 | 6,000 | 20 |
| เดือนกรกฎาคม | ||||
| 05 – 10 กรกฎาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 10- 15 กรกฎาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 19 - 24 กรกฎาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 24 - 29 กรกฎาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| เดือนสิงหาคม | ||||
| 02 - 07 สิงหาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 07 - 12 สิงหาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 16 - 21 สิงหาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 21 - 26 สิงหาคม 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| 30 – 04 กันยายน 2569 | 28,900 | 21,900 | 6,000 | 20 |
| เดือนกันยายน | ||||
| 04 – 09 กันยายน 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| 13 - 18 กันยายน 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| 18 - 23 กันยายน 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| 27 – 02 ตุลาคม 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| เดือนตุลาคม | ||||
| 02 – 07 ตุลาคม 2569 | 34,900 | 27,900 | 6,500 | 20 |
| 11 - 16 ตุลาคม 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
| 16 - 21 ตุลาคม 2569 | 30,900 | 23,900 | 6,000 | 20 |
![]() |


15.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 สายการบิน Shenzhen Airlines (ZH) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอ˚านวยความสะดวก
![]() |
![]() |
ประมาณ 35 กิโลเมตร สถานที่ตั้งสุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ น˚าท่านชม สุสานทหารจิ๋นซี หรือ สุสานฉินสื่อหวง (Terracotta Army) (รวมรถแบตเตอรี่) สุสานนี้ถูกพบโดยบังเอิญ โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง สุสานนี้ตั้งอยู่ บริเวณเชิงเขาหลีซาน โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันรัฐบาลจีนขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จ˚านวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ภายในบริเวณพื้นที่หลุมสุสานกว่า 25,000 ตร.ม. มีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานฉินสื่อหวงจะมี พื้นที่มากกว่า 2,180 ตร.กม. สุสานฉินสื่อหวงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2530 ด้วย
กลางเมืองซีอานบนถนนซีต้าเจี้ย เป็นสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์หมิง สร้างขึ้นในปีที่ 17 แห่งการครองราชย์ของ พระจักรพรรดิหงหวู่(จูหยวนจาง) เป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ ปูด้วยหินแกรนิต มีความคงทนแข็งแรง ทนทาน พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
เหมือนหลุดเข้าไปในสมัยนั้น โดยเป็นถนนคนเดิน แหล่งรวมของช้อปปิ้ง สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยว และยังมี ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย อิสระทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
![]() |
ชาวซีอานและราชวงศ์ถัง สัมผัสกับความอลังการ ตื่นตา ตื่นใจ ระบบแสงสีเสียง อันตระการตากับการแสดงโชว์ย้อน ยุคสมัยราชวงศ์ถัง อันเลื่องชื่อทั้งในและต่างประเทศ

จากนั้นน˚าทุกท่านเดินทางสู่ เมืองลั่วหยาง (Luoyang) ที่เป็นแหล่งก˚าเนิดอารยธรรมจีนโบราณ ถือเป็นเมือง หลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของจีน และยังเป็นเมืองหลวงมาหลายราชวงศ์แล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็น ราชวงศ์โจ วตะวันออก ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และราชวงศ์ถัง โดยเฉพาะช่วงราชวงศ์ถังและราชชวงศ์สุย ลั่วหยาง (Luoyang) เลยเป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด เป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตอนเหนือของแม่น้˚าลั่วเหอ โดย นั่งรถไฟ ความเร็วสูง G1820 (11.09-12.35 น.) ** การจองตั๋วรถไฟและเวลาขึ้นอยู่กับหน้างาน ** ใช้เวลาโดยประมาณ 2 ชม.
จงรักภักดี คุณธรรมและความกล้าหาญของชาวจีน ทั้งต˚าหนักกวนอูปางอ่านหนังสือเพื่อขอพรเกี่ยวกับการศึกษา ปางที่ขอพรเพื่อการค้าและการเงินอีกทั้งยังเป็นที่ฝังศีรษะของกวนอู ซึ่งโจโฉเป็นผู้ที่จัดพิธีฝังให้อย่างสมเกียรติ
น˚าท่านเดินทางสู่ เมืองเติงเฟิง ตั้งอยู่มณฑลเหอหนาน เป็นหนึ่งในห้าภูเขาศักด์ิสิทธิ์ที่มีชื่อเสียงของจีนและเป็น แหล่งก˚าเนิดของอารยธรรมจีน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและอุทยานธรณีโลก
![]() |
สร้างมานานมากกว่า 1,500 ปีแล้ว ตั้งแต่ ค.ศ. 495 ในสมัยจักรพรรดิ์เซี่ยวหวินตี้ แห่งราชวงศ์เว่ยเหนือ เพื่อเป็นที่จ˚า วัดแก่ ‘ป๋าถัว’ หรือ ‘พระภัทรเถระ’ จากอินเดีย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา และอีก 32 ปีต่อมาที่มีพระภิกษุอินเดีย นามว่า ‘ต๋าม่อ’ หรือ ‘พระโพธิธรรม ตโมภิกขุ’ หรือที่คนไทยรู้จักกันว่า ‘ตั๊กม้อ’ ได้เดินมาถึงวัดเส้าหลินและได้เข้าไปใช้ ชีวิตในถ้˚าและนั่งสมาธินานกว่า 9 ปี และเป็นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่นิกายฌาน (หรือ ‘เซน’ ใน ภาษาญี่ปุ่น) ในประเทศจีนนั่นเองส˚าหรับวิทยายุทธ์การต่อสู้ในแบบฉบับ กังฟูวัดเส้าหลิน (Kung Fu Show)นั้น ก็มา จากคิดค้นโดยท่านตั๊กม้อ ที่ใช้การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของสัตว์ต่างๆ มาดัดแปลงเป็นท่าร่างเพื่อการออกก˚าลัง กายและการป้องกันตัวในระหว่างที่ใช้ชีวิตและการเข้าฌานในถ้˚าที่เป็นป่าทึบและมีสัตว์ดุร้าย ซึ่งต่อมาก็ถูกพัฒนาต่อ จนกลายเป็นศิลปะป้องกันตัวอันโด่งดัง และเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพในสงครามในช่วงสมัยราชวงศ์ถัง และ ราชวงศ์หมิงอีกด้วย
ชั้นเจดีย์เป็นเลขคี่ตั้งแต่ชั้น 1-7 เป็นทรงกลม ทรงเหลี่ยม 4-6 ด้านแตกต่างกันออกไปตามความมีชื่อเสียงและ ความส˚าเร็จของพระแต่ละองค์นั่นเอง ดังนั้น เมื่อไหร่ที่เราเห็นเจดีย์องค์สูงที่สุด ในนี้เมื่อไหร่ แสดงว่าเจดีย์องค์นี้มี อัฐของพระที่มีชื่อเสียงหรือพระที่เก่งมากๆ นั่นเอง
คนเมืองไคฟงเลยได้สร้าง อนุสรณ์สถานท่านเปาบุ้นจิ้น (Memorial Temple of Lord Bao) เพื่อร˚าลึกและแสดงควา เคารพต่อท่าน และชมหุ่นขี้ผึ้งแสดงเรื่องราวของการตัดสินคดีส˚าคัญของท่านเปาปุ้นจิ้น โดยสร้างทับอนุสรณ์สถาน แทนศาลไคฟงเดิมที่เคยตั้งอยู่ตรงนี้ ที่เคยถูกน้˚าท่วมจากแม่น้˚าเหลืองและได้พังทลายไปเรียบร้อยหมดแล้ว โดยตัว อนุสรณ์สถานอาคารใหม่นั้น ยังคงสร้างตามสถาปัตยกรรมและสีสันเดิมที่เคยเป็นในสมัย ราชวงศ์ซ่งเหนือนั่นเอง
![]() |

![]() |